เสื้อบอลไทย ทำไมต้อง DIY

ในวงการของการสะสมเสื้อบอล โดยเฉพาะสำหรับเสื้อฟุตบอลไทยนั้นจะมีเสื้อฟุตบอลประเภทหนึ่งที่เป็นที่เรียกขานกันว่า เสื้อ DIY ซึ่งสำหรับเสื้อประเภทนี้ก็มีนิยามเฉพาะตัวของมันเเละมีนักสะสมที่ให้นิยามของมันเเตกต่างกันออกไป โดยตามทัศนะของผู้เขียนที่พอจะมีประสบการณ์บ้างในการสะสมเสื้อฟุตบอลไทยมาเป็นเวลาพอสมควรเเละมีเสื้อฟุตบอลไทยผ่านมือจำนวนไม่น้อย ก็พอจะเเบ่งเสื้อฟุตบอลไทยเเบบ DIY ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ (ย้ำน่ะว่า ไม่ได้มีการอ้างอิงเป็นหลักเป็นการอะไร เอาจากประสบการณ์ล้วนๆ เเละเป็นทัศนะของผู้เขียนเอง)

1. เสื้อบอล DIY เเบบจินตนาการ (DIY imagine football jerseys)
2. เสื้อบอล DIY เเบบเหมือนจริง (DIY realistic football jerseys)
3. เสื้อบอล Remake

จุดกำเนิดการ DIY เสื้อบอลไทย

สำหรับจุดกำเนิดในการ DIY เสื้อบอลไทยที่แน่ชัดนั้นไม่สามารถบอกได้ แต่ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างและทำให้นักสะสมเสื้อบอลเริ่มรู้จักกับคำว่า DIY น่าจะมาจากเคสของการที่มีเด็กคนหนึ่งหิ้วเสื้อเปล่าแพทเทิร์นของสโมสรดังสโมสรหนึ่งในเมืองไทยมาทำการ DIY ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าและทำกำไรได้ดี จนทำให้คำว่า DIY เกิดขึ้นมา

DIY ไม่หนักหัวใคร ปลดปล่อยจินตนาการเต็มสูบในเเบบ DIY imagine football jerseys

เสื้อฟุตบอลประเภทนี้บอกเลยว่าเเล้วต่อใครจะทำอะไรกับเสื้อจะตกเเต่งอย่างไร ตามเเต่จินตนาการไม่ได้มีขอบเขตหรือกฎอะไรตายตัวทั้งนั้น เอาตามที่สบายใจ เเละส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นการ DIY เพื่อเอาไว้ใช้งานเพื่อการใส่กันเสียส่วนใหญ่ โดยขั้นตอนก็ไม่มีอะไรเลย เพื่อเเต่มาจากจินตนาการ เเละเริ่มหาอะไหล่ ทั้งเเท้เเละไม่เเท้มาประกอบร่างกับเสื้อ ซึ่งอาจจะเป็นเสื้อเเท้เเละไม่เเท้ เสื้อเเบรนด์เเละไม่เเบรนด์ก็ได้ หลังจากนั้นก็เอาไปใส่โชว์กันได้ตามสะดวก ซึ่งเสื้อเเบบนี้นั้นส่วนใหญ่จะขายต่อไม่ค่อยได้ราคา เเละปล่อยออกยาก ยกเว้นมันสะดุดตาจนมีหลายคนอยากได้จริงๆ เเละอีกอย่างคือการ DIY เสื้อเเบบนี้นั้นถือว่ามีต้นทุนที่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว อย่างต่ำก็ประมาณ 300-500 บาทเเล้วเเต่อะไหล่ที่ต้องการนำมาติด ฉะนั้นเเล้วความนิยมของมันจึงอยู่ในวงเเคบๆ เท่านั้นเอง ส่วนการ DIY เพื่อเป็นเสื้อเเข่งทีมต่างๆ สำหรับฟุตบอลเดินสายหรือฟุตบอลในรายการที่ไม่ได้เป็นฟุตบอลอาชีพนั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในประเภทนี้

เสื้อฟุตบอลที่ DIY ตามจินตนาการ

 

เมื่อของมันต้องมี ก็เลยต้องเป็น DIY realistic football jerseys

เสื้อฟุตบอลไทยในเเบบนี้ถือว่าการให้คำนิยามนั้นยากเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางครั้งก็ไปอยู่ที่ความรู้สึก โดยปัญหาที่ทำให้มีเสื้อฟุตบอลเเบบนี้ขึ้นมานั้น ก็เนื่องมาจากความไม่มีพร้อมหลายๆ อย่างของวงการฟุตบอลไทยในอดีตอีกด้วย ทำให้การผลิตเสื้อฟุตบอลไทยในอดีตประสบปัญหาหลายอย่าง หนึ่งที่เห็นชัดคือเรื่องของจำนวน เเละเรื่องเเบบของเสื้อ รวมทั้งวัสดุ โดยช่วงเเรกของวงการฟุตบอลไทยนั้นหลายสโมสรก็ใช้เเบรนด์เสื้อฟุตบอลที่ผลิตในประเทศไทย ในขณะที่อีกหลายสโมสรก็เลือกใช้เเบรนด์เสื้อบอลจากต่างประเทศ เเต่ที่เหมือนกันอยู่อย่างในช่วงนั้นคือ เสื้อที่นำมาทำเป็นเสื้อสโมสรนั้นจะเป็นเสื้อเเพทเทิร์น ที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดนั่นเอง โดยมีการนำมาติดตราสโมสร สปอนเซอร์ เเละเบอร์-ชื่อ รวมทั้งอาร์ม โดยวัสดุที่ใช้ก็ตามเเต่ละยุคสมัยไป จึงทำให้มีเสื้อเเพทเทิร์นพวกนี้ทั้งเเบรนด์ไทยเเละเเบรนด์ต่างประเทศวนเวียนอยู่ในตลาดเสื้อบอลมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็จะไปพบเสื้อเปล่าที่เป็นเเพทเทิร์นสโมสรดังๆ ในอดีตได้ตามร้านค้าเสื้อกีฬาที่อยู่ตามต่างจังหวัดที่เสื้อพวกนี้ไปค้างสต๊อกอยู่ หรือไม่ก็ค้างอยู่ในสต๊อกของโรงงานอีก พอช่วงเซลล์ทีก็จะเห็นหลุดออกมา ถามว่าเสื้อพวกนี้เเท้ไหม? เเน่นอนว่าเเท้อยู่เเล้วป้ายห้อยด้วย ส่วนการประกอบร่างนั้น ก็ต้องอาศัยภาพถ่ายในอดีต เเละการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมกับการวางเลย์เอาท์สปอนเซอร์ต่างๆ เพื่อให้เสื้อพวกนี้กลับมามีชีวิต โดยกระบวนการเเบบเดิมที่เสื้อจริงที่เคยใช้เป็น ยิ่งได้เสื้อต้นเเบบมาดู เเล้ว ทำตามเเบบก็จะยิ่งสมจริงมายิ่งขึ้น ทั้งเทคนิคในการติดสปอร์นเซอร์เเละเบอร์-ชื่อ รวมทั้งฟอนต์ตัวอักษรต่างๆ เเละวิธีการทั้งการสกรีน หรือสกรีนลงผ้าดิบเเล้วค่อยเย็บลงเสื้อ หรือจะเป็นเฟล็กซ์ ทรานเฟอร์ ก็ว่ากันไป ส่วนตราสโมสรนั้น ในอดีตส่วนใหญ่เเล้วถ้าไม่เป็นงานปัก ก็จะเป็นงานสกรีน ส่วนอาร์มนั้นจะเป็นงานปัก เเละเเน่นอนว่าในอดีตมีไม่กี่ร้านที่รับทำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่หลังสนาม หลังจากที่มีช้อมูลเรื่องเเหล่งทำพวกนี้ก็สามารถทำขึ้นมาใหม่ได้โดยมันก็เหมือนจริงทุกอย่าง เเละเมื่อนำมาประกอบร่างกับเสื้อเเท้ๆ มันก็เป็นเสื้่อบอลเเบบในอดีตนั่นเอง เเต่หากจะใช้วิธีการวัดว่าเป็นเสื้อเเท้คือเสื้อที่ผลิตในช่วงเวลานั้นๆ เสื้อที่ทำขึ้นมาใหม่นั้นก็อาจจะไม่เข้าเกณฑ์ เพราะวัสดุบางอย่างอาจมีการคาดเคลื่อนกันได้

เสื้อเปล่าเพื่อการ DIY
เสื้อเปล่าเพื่อการ DIY
เสื้อเปล่าเพื่อการ DIY

 

คิดจะ DIY realistic football jerseys ข้อมูลต้องเเน่น

หนึ่งในเคล็ดวิชาในการทำเสื้อฟุตบอล DIY เเบบนี้นั้นคือเรื่องของข้อมูลที่ต้องเเน่นเป็นอย่างยิ่ง เเละสิ่งทีดีที่สุดก็คือการสัมผัสเสื้อจริงที่ใช้ในเวลานั้นๆ จึงจะสามารถทำอะไหล่ชิ้นใหม่ให้เป็นเเบบเดิมก็ไม่ต่างกับการใช้งาน 3D Printer นั่นเเหละครับ เเต่หากหาเสื้อจริงไม่ได้ก็ต้องมาที่ภาพถ่ายต่างๆ ที่มีบันทึกเอาไว้ ซึ่งเเน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาตรงนี้คือเรื่องวัสดุเเละเทคนิคที่ใช้ในการผลิตเสื้อบอลยุคก่อนว่าเป็นเเบบไหนกันเเน่น ฉะนั้นเเล้วเรื่องของข้อมูลจึงสำคัญเป็นอย่างมากในการนำมาใช้ โดยการดูภาพเสื้อที่นักเตะใช้จะเป็นการการันตีที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องของอาร์มทั้งอาร์มลีกเเละอาร์มสโมสรนั้น ที่เห็นผลิตกันขึ้นมาใหม่นั้นก็อ้าวอิงจากเเบบเดิมนั่นเอง ซึ่งอาร์มปักนั้นไม่ค้อยมีปัญหาเพราะวิธีการผลิตยังเป็นเเบบเดิม เพียงเเต่การเทียบสีของด้ายที่ใช้นั้นต้องเเม่นยำ รวมถึงขนาดอีกด้วย

เสื้อเหย้าเเท้สโมสรเเบงค็อก ยูไเนต็เด 2009 เวอร์ชั่นฟุตบอลลีก

 

เสื้อบอลแท้ อะไหล่แท้ นั้นสำคัญไฉน

นอกจากข้อมูลที่ต้องแน่นอนและผิดพลาดน้อยที่สุดแล้ว เรื่องของอะไหล่ต่างๆ ในการนำมาทำเสื้อบอล DIY อีกต้องรูแหล่งอีกด้วย เริ่มแรกอย่างเสื้อนั้นสำหรับการ DIY realistic football jerseys ก็ต้องควานหาเพื่อให้ได้เสื้อแท้ ต่อมาก็คือส่วนที่สำคัญไม่น้อยอย่าง อาร์มสโมสร ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไปว่าใช้แบบไหน เป็น สกรีน ทรานเฟอร์ อาร์มปัก อาร์มทออัดกาว อาร์มทอเย็บขอบ หรือเป็นอาร์มยางและอาร์มพลาสติก ซึ่งในวงการนั้นจะรู้กันอยู่ว่าอาร์มรุ่นไหนต้องหาซื้อจากใครจะได้ของแท้ หรือใช้ลักษณะประกาศหาแล้วดูของเอา เช่นเดียวกับอาร์มลีกก็จะมีลักษณะเดียวกัน โดยอาร์มลีกในรุ่นเก่าๆ นั้น ของเก่าดั้งเดิมแทบจะไม่มีแล้วจะมีก็แต่การผลิตขึ้นมาใหม่ในแบบเดิม ซึ่งก็จะมีทั้งที่ใช้ร้านเดิมที่เคยผลิตให้กับลีกซึ่งก็จะได้คุณสมบัติแบบเดิมเลยแต่ก็ต้องรู้แหล่งในการหา ส่วนอาร์มลีกรุ่นหลังๆ นั้นก็หาไม่ยากแต่อย่างใด มีขายกันเกลื่อนอยู่ มาที่สปอนเซอร์คาดอกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องหาข้อมูลให้แน่ชัดว่าใช้การผลิตแบบไหน เป็นงานสกรีนลงเนื้อผ้าเลย หรือสกรีนลงผ้าดิบแล้วเย็นเข้าไปกับเสื้อ เป็นทรานเฟอร์ หรือเป็นเฟล็กซ์ตัด ซึ่งอะไหล่ทั้งหมดนั้นหากเป็นบล็อกสกรีนต้องก็ต้องมีการทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งหาทำเพียงตัวเดียวค่าบล็อกสกรีนก็เอาการอยู่ แต่สำหรับนักสะสมแบบ DIY realistic football jerseys ก็ไม่แคร์ในเรื่องนี้เท่าไหร่ของแค่เหมือนให้มากที่สุดเป็นพอ ส่วนทางด้านของทรานเฟอร์นั้นจะเป็นลักษณะของงานสกรีนปาดลงบนกระดาษซึ่งสามารถมีหลายสีได้ โดยมีแหล่งให้ไปเลือกกันได้อยู่ แต่หากไม่มีจริงๆ ต้องสั่งทำก็ราคาแรงพอสมควร ส่วนเฟล็กตัดนั้นเรียกว่าราคาถูกที่สุดของเพียงแค่ดราฟท์ให้เหมือนเท่านั้นเอง ใน ในส่วนของเบอร์-ชื่อ นั้นการผลิตก็ไม่แตกต่างจากสปอนเซอร์มากนัก เพียงแต่ข้อมูลในเรื่องของฟอนต์เบอร์ ตัวสะกดชื่อต้องแม่นและถูกต้อง เพราะนักแตะบางคนในแต่ละปีก็สะกดชื่อไม่เหมือนกัน และรายละเอียดของเบอร์ก็มีรายละเอียดที่ต้องดูด้วยว่ามีการฉลุลงไปในเบอร์หลือเบอร์มีลายน้ำหรือไม่

อะไหล่ทรานเฟอร์โลโก้สโมร
อาร์มลีกเเบบปัก
บางครั้งในเบอร์ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องรู้

 

ข้อถกเถียงเรื่องเสื้อ DIY realistic football jerseys

หลายสโมสรที่เลือกใช้การออกเเบบเฉพาะสำหรับสโมสรตนจะไม่ค่อยพบการ DIY เสื้อมากนัก เเต่หลายๆ สโมสรที่ใช้เสื้อเเบบเเพทเทิร์นมักจะพบกับการ DIY เสื้อ โดยเฉพาะเเล้วเเบรนด์เสื้อจากต่างประเทศที่เราคุ้นหลายทั้งหลาย มักมีเสื้อเเพทเทิร์นเเบบที่ใช้เป็นเสื้อสโมรหลุดออกมาประจำ ทำให้เกิดการ DIY เสื้ออยู่เรื่อยๆ เเต่ในระยะหลังนั้นจะพบเมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลต่างๆ เริ่มเลือนหายไป เสื้อที่มีการ DIY เพื่อจะเป็น realistic football jerseys กลับมีคุณภาพที่ลดลง เพราะข้อมูลไม่เเน่น มีหลายจุดที่เริ่มเเตกต่าง ทั้งเห็นชัดเเละไม่ชัด การถกเถียงว่าเสื้อเเท้ไหมคงไม่ใช่ประเด็น เพราะตัวเสื้อคงเเท้อยู่เเล้ว เเต่เรื่องของส่วนประกอบอื่นๆ นั้นเริ่มไม่เหมือน เเละที่หนักที่สุดคือเรื่องของสปอนเซอร์คาดอกที่เป็นจุดใหญ่เห็นได้ชัด ยกตัวอย่างสปอนเซอร์คาดอกที่เราจะเห็นประจำอย่าง “ช้าง” นั้นก็มีหลายเเบบตามการพัฒนาของโลโก้เเบรนด์สินค้าของเขาอย่าง ในปี 2009 เราจะเห็นโลโก้ของช้างที่เป็นช้างคู่ตัวเล็ก เเต่พอเข้าสู่ปี 2010 ช้างคู่ก็กลายเป็นตัวใหญ่ ซึ่งทุกสโมสรที่ช้างสนับสนุนจะเป็นเเบบนี้ทั้งหมด ซึ่งหากมีการเ DIY เสื้อบอลไทยของปี 2009 เเต่ใช้สปอนเซอร์ ช้างตัวใหญ่ ก็จะเป็นการผิดพลาดในเรื่องของข้อมูล เเละหากมีการลงทำการซื้อขายก็จะรู้ทันทีว่าเป็นเสื้อบอล DIY เเม้ผู้ขายจะไม่บอกก็ตาม โดยนักสะสมเสื้อบอลไทยที่มีประสบการณ์เสื้อบอลผ่านมือจำนวนมากจะมีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เเต่หากมีการ DIY ตรงตามเเบบเเละอะไหล่ทั้งหมดนั้นแป๊ะตามเเบบก็ยากที่จะดูออกว่าเป็นเสื้อบอล DIY หรือเสื้อที่สโมสรทำขึ้นมา ซึ่งมีนักสะสมจำนวนไม่น้อยที่มีเกณฑ์ว่า หากเป็นเสื้อเเท้ อะไหล่ทุกอย่างเเท้ หรือทำให้ใหม่ที่ร้านเดิมที่เคยผลิตให้สโมสรก็จะถือว่าเป็นเสื้อบอลเเท้ไปด้วยไม่ถือว่าเป็นเสื้อ DIY เเม้ช่วงเวลาในการผลิตจะต่างกันก็ตามที ซึ่งพอถึงจุดนี้ก็อยู่ที่ความรู้สึกของนักสะสมเเต่ละคนเเล้วว่าจะถือเสื้อบอลไทยเคสเเบบนี้ว่าเป็นเสื้อบอล DIY หรือไม่

เสื้อเปล่าเเบรนด์นอกเพื่อการ DIY เเบงค็อก ยูไนเต็ด 2009 เวอร์ชั่น FA CUP ซึ่งมักจะเห็นความผิดพลาดบ่อยๆ
สปอนเซอร์ช้างเล็ก ที่ใช้กันมากในปี 2009 เเละเป็นจุดสังเกตเสื้อ DIY ที่สำคัญ

 

DIY VS Remake

ถ้าวัดกันเเบบตัวต่อตัวเลยระหว่างเสื้อบอลไทย DIY กับเสื้อบอลไทย Remake นั้นน่าจะอยู่ที่สเกลของผู้ที่สร้างหรือผลิตมันขึ้นมา โดยสเกลเป็นตัวเเบ่งที่ดี เพราะงาน DIY จะเป็นเเนวส่วนบุคคลเสียมากกว่า ส่วนงาน Remake นั้นจะมีสเกลที่ใหญ่กว่ามากเเละมีลักษณะการผลิตเป็นสายการผลิต โดยงาน Remake ที่เห็นได้ชัดเจนน่าจะเป็นเสื้อฟุตบอลทีมชาติยุคเก่าที่มีการจัดทำออกมาโดยกลุ่มเสื้อย้อนยุคฟุตบอลไทย เพื่อการอนุรักษ์เสื้อบอลเเละนำรายได้ไปใช้ในการดำเนินการของพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม หรือจะเป็นการ Remake เสื้อฟุตบอลของสโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี ชุดเหย้า สีขาวเขียวออกมาจำหน่ายให้เเฟนบอลของบีจีเอง เเต่มีรายละเอียดที่ต่างออกไป รวมถึงการ Remake เสื้อฟุตบอลทีมชาติของเเกรนด์สปอร์ตอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นการ Remake โดยถูกต้อง เเต่การ Remake ที่ไม่ถูกต้องก็มีเหมือนกันอย่างเคสที่ดังที่สุดคือการ Remake เสื้อฟุตบอลสโมสรราชนาวีระยอง ฤดูกาล 2009 ตัวเหย้า หรือที่เรียกกันว่ารุ่นม้านิลมังกรที่เป็นเอกลักษณ์ โดยตามกระเเสข่าวนั้นเป็นการผลิตที่โรงงานเดิมที่เคยผลิตเสื้อรุ่นนี้ให้สโมสร เเต่ครั้งล่าสุดนั้นไม่ได้ขออนุญาตจากผู้ถือลิขสิทธิ์ในเสื้อรุ่นดังกล่าว เเละมีข้อเเตกต่างหลายจุด จนกลายเป็นม้านิลมังกร รุ่นรีเมค ที่โด่งดัง เเละนอกจากนี้เเล้วก็ยังเชื่อว่าจะมีการ Remake เสื้อบอลไทยสโมสรดังๆ ในอดีตออกมาอีกอย่างเเน่นอน

เสื้อ ราชนาวีระยอง รีเมค อันโด่งดัง
จุดสังเกตที่สำคัญในการบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเสื้อรีเมค คือลิ้นบอดไซส์

 

เสื้อบอลไทย DIY กับฟุตบอลยุคใหม่

ตั้งเเต่ฤดูกาล 2011 เป็นต้นมา เสื้อฟุตบอลไทยมีการพัฒนาที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น ทำให้การ DIY เสื้อฟุตบอลเริ่มไม่จำเป็นอีกต่อไป เเต่ก็ยังมีเคสให้เราเห็นกันอย่างปะปรายกับสโมสรที่ยังใช้เเบรนด์เสื้อจากต่างประเทศที่ยังคงใช้เสื้อเเพทเทิร์นในการมาผลิตเป็นเสื้อสโมสร เเต่กลับมีการพัฒนาเมื่อมีการตกลงออกเเบบตามเสื้อเเพทเทิร์นเหล่านั้นเเล้ว จะมีการเรียกเก็บเสื้อรุ่นนั้นออกจากตลาดทำให้เป็นของหายากขึ้นมาทันที เเละส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นการ DIY เสื้อเเข่งในชุดที่ 3 หรือ 4 มากกว่า ซึ่งจะเป็นชุดเฉพาะกิจที่เห็นปล่อย อย่างเสื้อนัดชิงถ้วย ก ของชลบุรีสีเหลือง หรือจะเป็นขุดเยือนสีขาวในฤดูกาล 2017 นัดที่ออกไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มีการสั่งเสื้อทั้งจากเมืองนอกเเละหาในไทยมา DIY กันเป็นจำนวนมาก ส่วนเสื้อรุ่นพิเศษต่างๆ ก็มีนักสะสมหลายคนอยากได้มาในครอบครองเเละมีการ DIY กันอยู่พอสมควร ทั้งของสโมสรเเบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มักจะมีเสื้อพิเศษตามวาระต่างๆ อยู่ทุกฤดูกาล หรือของพัทยา ยูไนเต็ด ก็มีบ้างเหมือนกัน เเต่ก็ไม่ได้มีจำนวนมากมายนัก ซึ่งหากจะถามว่าเเล้วการ DIY จะยังมีอยู่ไหม? ก็ต้องบอกว่าน่าจะยังมีอยู่เเต่อาจจะไม่เยอะมากมายอีกเเล้ว เเละเสื้่อฟุตบอลรุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ก็ได้ถูกกว้านซื้อมาทำการ DIY ไปจำนวนมากเเล้ว เเละยิ่งการมีมาตรฐานของการออกเเบบเเละผลิตเสื้อบอลที่สูงมากขึ้นก็ทำให้การ DIY เริ่มยากขึ้นเเละไม่จำเป็นเมื่อสโมสรเปิดขายเสื้อที่นักเตะใส่เเข่งทุกรุ่นเเล้ว

โลโก้สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เริ่มนำวัสดุเเบบยางมาใช้

 

บทความ  “เสื้อบอลไทย ทำไมต้อง DIY”  นี้ได้รับการเผยเเพร่ครั้งเเรกที่ thaiballshirt.com เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561  Thaiballshirt.com ขอสงวนลิขสิทธิ์ในบทความ เเละรูปภาพทั้งหมด หากต้องการนำไปใช้ ให้ส่ง Backlink กลับมาที่บทความต้นฉบับด้วย

เครดิตรูปภาพจาก http://www.thaiballshirt.com

Related posts:

Comments

comments